เทคนิคการเลือก PoE Switch สำหรับกล้องวงจรปิด ให้เหมาะสมกับขนาดการใช้งาน
คำนวณพลังงานและจำนวนพอร์ตจากข้อมูลจริงของระบบกล้องวงจรปิดองค์กร
ทีมงาน GIST Store15 กรกฎาคม 2569อ่าน 9 นาที5
เลือก Switch Hub ให้เหมาะสมกับขนาดการใช้งาน
ระบบกล้องวงจรปิดในองค์กรที่มีการติดตั้งหลายตัวในพื้นที่กว้าง จำเป็นต้องใช้สวิตช์ PoE ที่รองรับการจ่ายไฟและส่งข้อมูลพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อต้องติดตั้งกล้องในระยะไกลจากตัวสวิตช์ การเลือกสวิตช์ที่มีพลังงานและจำนวนพอร์ตไม่เพียงพอ อาจจะทำให้ระบบล่มหรือไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพได้
บทความนี้จะอธิบายกลไกการคำนวณพลังงานและจำนวนพอร์ต PoE ที่ต้องใช้จากกล้องแต่ละตัว พร้อมประเมินความสามารถของสวิตช์ PoE สองรุ่นที่มีในสต็อก GIST Store ได้แก่ TPLINK SG2210MP และ LS108G
กล้องวงจรปิดแต่ละตัวใช้ไฟเท่าไร? คำนวณจาก PoE class
กล้องวงจรปิดสมัยใหม่ที่ใช้พอร์ต PoE มักจัดอยู่ใน PoE class ตามมาตรฐาน IEEE 802.3af และ 802.3at โดยแต่ละ class จะกำหนดระดับการใช้พลังงานสูงสุดที่สวิตช์สามารถจ่ายได้ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อจำนวนกล้องที่สามารถต่อได้ในพอร์ตเดียวกัน
- PoE (802.3af): สูงสุด 15.4W ต่อพอร์ต
- PoE+ (802.3at): สูงสุด 30W ต่อพอร์ต
- PoE++ (802.3bt): สูงสุด 60W หรือ 90W ต่อพอร์ต (สำหรับกล้อง 4K หรือ PTZ ที่มีระบบหมุน)
ในองค์กรที่ใช้กล้อง HD หรือ 4K ทั่วไป โดยเฉพาะกล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) หรือกล้องที่มีฟังก์ชัน AI analytics การใช้พลังงานมักอยู่ในช่วง 18–25W ต่อตัว ซึ่งจัดอยู่ใน PoE+ class โดยเฉพาะหากมีระบบทำความร้อน/เย็นภายในกล้องเพื่อป้องกันความชื้นหรือฝ้า
การคำนวณ PoE budget เริ่มจากการระบุว่ากล้องแต่ละตัวใช้ไฟเท่าไร แล้วนำค่านั้นมาคูณด้วยจำนวนกล้องที่ต่อในระบบ เพื่อหาพลังงานรวมที่สวิตช์ต้องรองรับได้
ทำไมต้องแยก PoE budget กับ PoE class? ความเข้าใจผิดบ่อย
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนคือการมองว่า "ถ้าสวิตช์มีพอร์ต PoE 8 พอร์ต ก็ต่อกล้องได้ 8 ตัว" โดยไม่คำนึงถึงพลังงานรวม ซึ่งอาจทำให้เกิดการล่มของระบบเมื่อต่อกล้องหลายตัวพร้อมกัน
หลักการสำคัญคือ: PoE budget คือพลังงานสูงสุดที่สวิตช์สามารถจ่ายได้ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่แค่จำนวนพอร์ต
ตัวอย่างเช่น:
- หากกล้องแต่ละตัวใช้ไฟ 25W และต่อ 8 ตัว → ต้องใช้พลังงานรวม 200W
- แต่หากสวิตช์มี PoE budget เพียง 120W ก็จะไม่สามารถจ่ายไฟได้ทั้งหมด ทำให้กล้องบางตัวไม่ทำงานได้
ดังนั้น การเลือกสวิตช์ PoE ต้องพิจารณาทั้ง จำนวนพอร์ต, PoE class, และ PoE budget อย่างรอบด้าน
TPLINK SG2210MP กับ LS108G — เปรียบเทียบจากข้อมูลจริง
ในกลุ่มสวิตช์ PoE ที่ใช้ในองค์กรขนาดกลาง สองรุ่นที่มีในสต็อก GIST Store ได้แก่ TPLINK SG2210MP และ LS108G ซึ่งมีความแตกต่างด้านความสามารถและราคา ดังนี้
| คุณสมบัติ | SG2210MP ดูรายละเอียด | LS108G ดูรายละเอียด |
|---|---|---|
| จำนวนพอร์ต | 10 พอร์ต (รวม 8 PoE+) | 8 พอร์ต (ทั้งหมดเป็น RJ45) |
| PoE class | PoE+ (802.3at) | ไม่มี PoE |
| PoE budget | สูงสุด 120W | — |
| รองรับ VLAN / QoS | มี | ไม่มี |
| ใช้งานในห้องเครื่อง | มีช่องติดตั้ง rack | แบบ desktop |
| ราคา | กลางถึงสูง | ราคาประหยัด |
ข้อสังเกตสำคัญ: LS108G แม้มีพอร์ต 8 พอร์ตเหมือนกัน แต่ ไม่มีฟีเจอร์ PoE จึงไม่สามารถใช้ต่อกล้องวงจรปิดได้โดยตรง
ดังนั้น หากต้องการใช้สวิตช์สำหรับระบบกล้องวงจรปิด จำเป็นต้องเลือก SG2210MP เท่านั้น เพราะมีฟีเจอร์ PoE+ พร้อม PoE budget 120W ซึ่งสามารถรองรับกล้องได้ประมาณ 4–5 ตัว (ถ้าใช้กล้อง 25W ต่อตัว)
คำนวณจำนวนพอร์ตและพลังงานจากขนาดระบบจริง
สมมติว่าองค์กรต้องการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งหมด 10 ตัว โดยมีลักษณะดังนี้:
- กล้อง HD แบบ fixed lens: 6 ตัว (ใช้ไฟ ~18W)
- กล้อง PTZ แบบ 4K: 4 ตัว (ใช้ไฟ ~25W)
ขั้นตอนการคำนวณ
- คำนวณพลังงานรวม
- Fixed lens: 6 × 18W = 108W
- PTZ: 4 × 25W = 100W
- รวม: 108W + 100W = 208W
- เปรียบเทียบกับ PoE budget ของสวิตช์
- SG2210MP มี PoE budget สูงสุด 120W → ไม่พอ
- ดังนั้น ต้องใช้สวิตช์ที่มี PoE budget สูงกว่า เช่น รุ่น PoE++ หรือใช้หลายสวิตช์
- คำนวณจำนวนพอร์ตที่ต้องการ
- มีกล้อง 10 ตัว → ต้องการพอร์ต PoE อย่างน้อย 10 พอร์ต
- SG2210MP มีเพียง 8 พอร์ต PoE → ไม่พอ
สรุป: ระบบ 10 กล้องที่มีการใช้พลังงานรวมเกิน 200W และต้องการ 10 พอร์ต จะไม่สามารถใช้ SG2210MP ได้เพียงลำพัง
แล้วควรทำอย่างไร?
เมื่อพบว่าระบบมีความต้องการเกินกว่าที่สวิตช์รุ่นเดียวจะรองรับได้ ควรใช้แนวทางต่อไปนี้:
1. แบ่งระบบเป็นหลายกลุ่ม (Zone-based deployment)
- แบ่งกล้องออกเป็น 2 โซน: โซน A (5 ตัว), โซน B (5 ตัว)
- ใช้สวิตช์ SG2210MP สำหรับแต่ละโซน → รวม 2 เครื่อง
- แต่ละเครื่องรองรับกล้องได้ 4–5 ตัว (ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงาน)
- ใช้ VLAN เพื่อแยกแบนด์วิธีและควบคุมการเข้าถึง
2. ใช้สวิตช์ PoE++ หรือรุ่นที่มี PoE budget สูงกว่า
- หากต้องการใช้สวิตช์เดียว ควรเลือกสวิตช์ที่รองรับ PoE++ (802.3bt) และมี PoE budget มากกว่า 300W
- เช่น TPLINK TL-SG3424P หรือ Cisco Catalyst 9200L
3. ใช้ PoE injector สำรอง
- หากกล้องบางตัวอยู่ไกลเกินไปจากสวิตช์หลัก และไม่สามารถต่อสาย Ethernet ได้โดยตรง อาจใช้ PoE injector เพื่อเพิ่มพอร์ตและจ่ายไฟแยก
- แต่ต้องคำนึงถึงการจัดการสายและตำแหน่งของอุปกรณ์เพิ่มเติม
เราติดกล้อง 10 ตัว แต่สวิตช์ไม่พอ เพราะลืมคำนวณพลังงานรวม
การเลือกสวิตช์ PoE สำหรับกล้องวงจรปิดองค์กรไม่ใช่แค่ดูว่ามีพอร์ตเท่าไร แต่ต้องคำนวณจาก พลังงานรวมของระบบ, จำนวนกล้องที่ต่อพร้อมกัน, และ ระยะทางการส่งผ่านไฟฟ้า
- หากใช้กล้องที่ใช้ไฟมากกว่า 20W ต่อตัว ควรเลือกสวิตช์ที่รองรับ PoE+ หรือ PoE++
- หากมีกล้องมากกว่า 8 ตัว ต้องพิจารณาใช้หลายสวิตช์หรือสวิตช์ที่มีพอร์ตมากกว่า
- ระบบ 10 กล้องที่ใช้พลังงานรวมเกิน 200W จะไม่สามารถใช้ SG2210MP เพียงเครื่องเดียวได้
ดังนั้น การวางแผนระบบควรเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลจริงของกล้องแต่ละตัว แล้วคำนวณ PoE budget และจำนวนพอร์ตที่จำเป็น ก่อนเลือกสวิตช์ที่เหมาะสม
การเตรียมการล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงในการล่มของระบบ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายระบบในอนาคต

สินค้าที่กล่าวถึงในบทความนี้
คลิกที่การ์ดเพื่อดูสเปกเต็มและสั่งซื้อ
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
ทีม GIST Store ยินดีให้คำปรึกษา IT แบบ B2B จัดสเปกตามงบ ดูแลหลังการขาย พร้อมใบกำกับภาษีและสัญญาให้ครบ
ติดต่อทีม GIST
